ห่างอย่างไรปลอดภัยจากไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

การเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing เป็นอีกหนึ่งในมาตรการที่ในหลายประเทศนำมาใช้เป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับประเทศไทยมีมาตรการกำหนดให้ประชาชนที่ไม่ได้ทำงานให้เก็บตัวอยู่ในบ้าน  เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและครอบครัว แต่สามารถออกนอกบ้านได้ในกรณีที่จำเป็น เช่น  การออกไปซื้ออาหาร ยารักษาโรค การไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล การออกไปทำงานที่ไม่สามารถทำงานจากบ้านได้ และส่งเสริมให้ประชาชนมีการดูแลสุขภาพโดยการออกกำลังกายทุกวันอย่างสม่ำเสมอที่บ้าน

ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะยอมคลายล็อกให้ร้านค้ามีการเปิดบริการ เช่น ร้านตัดผม ร้านขายอาหารในห้างสรรพสินค้า ร้านค้าตามตลาดนัด ฯลฯ ประชาชนที่ออกมานอกบ้านซื้ออาหารจามตลาดนัด ซื้อของห้างสรรพสินค้า และกินอาหารตามร้านในห้างสรรพสินค้า จำเป็นจะต้องมีการปฏิบัติตัวโดยการเว้นระยะห่างประมาณ 1-2 เมตร สิ่งที่สำคัญที่ประชาชนทุกคนต้องตระหนักและปฎิบัติเป็นประจำ การให้ความร่วมมือเมื่อต้องออกจากนอกบ้านทุกครั้ง โดยการสวมหน้ากากอนามัย และเมื่อต้องไปในที่ที่มีคนอยู่หนาแน่นจะต้องเว้นระยะห่างประมาณ 1-2 เมตร เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสโคโรนา 2019 เพราะทุกครั้งที่มีการจาม หรือไอ จะมีละอองฝอยเล็ก ๆ กระจายออกมาจากจมูก หรือปาก ซึ่งอาจมีไวรัสโคโรน่า หรือไวรัสอื่น ๆ ที่สามารถทำให้ท่านรับเชื้อโรคได้ ดังนั้น วิธีการเพิ่มระยะห่างทางสังคม Social Distancing ทุกท่านสามารถปฏิบัติได้


8 วิธีปฎิบัติป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้แก่

1. ห้ามไปพื้นที่แออัดต่างๆ เช่น สถานบันเทิง โรงเรียน โรงภาพยนตร์ กิจกรรมกีฬา เป็นต้น เปลี่ยนเป็นการทำงานที่บ้าน สื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต และเรียนออนไลน์ 

2. เปลี่ยนพฤติกรรมการแสดงความสัมพันธ์ ห้ามกอด หรือจูบ 

3. หลีกเลี่ยงการเข้าไปในห้องที่แออัด ห้องประชุม/ชุมนุมขนาดใหญ่ เพื่อลดโอกาสการรับและแพร่กระจายเชื้อโรค 

4. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีคนเยอะและใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าเพื่อป้องกันการติดเชื้อ 

5. ระวังการใช้สิ่งของสาธารณะและของที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น ราวบันได ลูกบิด รีโมทคอนโทรล ปุ่มกดลิฟท์ และล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ 

6. ควรหลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วนในสถานที่ที่มีคนเยอะ เช่น รถสาธารณะ ร้านสะดวกซื้อ       

7. ควรอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ อย่างน้อย 1-2 เมตร เพื่อลดโอกาสการรับและแพร่กระจายเชื้อ  

8. ควรอยู่ในบ้านให้มากที่สุด เมื่อไม่ออกไปรับเชื้อข้างนอกบ้าน โอกาสติดโรคน้อยลง 


แหล่งข้อมูล: สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค

                 https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=12278&deptcode=brc&news_views=2124