คำแนะนำผู้ป่วยเบาหวาน ห่างไกลเชื้อโควิด-19

คำแนะนำผู้ป่วยเบาหวาน ห่างไกลเชื้อโควิด-19

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวาน ที่มีถึง 4.8 ล้านคน ซึ่งกำลังเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มหากติดเชื้อโควิด-19 แล้วมีอาการรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่น จากข้อมูลสถิติผู้เสียชีวิตด้วยเชื้อโควิด-19 กลุ่มผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มักเป็นผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ หรือมี โรคประจำตัว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCD เช่น เบาหวานและภาวะอ้วน โดยส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 80 ของผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการเหมือนไข้หวัดทั่วไป หรืออาจไม่มีอาการเลย อาจไม่จำเป็นที่ต้องไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่มีเพียงร้อยละ 15  อาจมีอาการรุนแรง และร้อยละ 5 ที่มีอาการรุนแรงมาก

กลุ่มเสี่ยงที่ติดเชื้อจะมีอาการรุนแรงมาก ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ที่มีโรคร่วม เช่น เบาหวาน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมาจากวิถีชีวิตแบบเนือยนิ่ง รับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ ผู้เป็นเบาหวานที่มีการติดเชื้อ การคุมระดับน้ำตาลในเลือดจะผันผวนและควบคุมได้ยาก มีภูมิคุ้มกันที่ต่ำลง ส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น และเชื้อจะเจริญเติบโตได้ดีในภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดสูง

วิธีปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หลีกเลี่ยงการติดเชื้อควรระมัดระวังเป็นเรื่องสำคัญ ดังนี้ 

1.ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือ แอลกอฮอล์เจลสม่ำเสมอ

2.หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสบริเวณใบหน้า ควรล้างมือ และทำให้มือแห้งสะอาดก่อนสัมผัสใบหน้า

3.ทำความสะอาดวัตถุหรือบริเวณที่ถูกสัมผัสบ่อย ๆ

4.เวลาไอหรือจาม ควรนำ ต้นแขนหรือข้อพับแขนมาปิดบริเวณปากและจมูก ไม่ควรใช้มือปิด

เนื่องจากมืออาจไปสัมผัสวัตถุสิ่งของอื่นต่อ เพิ่มความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ

5.หลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้ป่วยที่มีอาการเสี่ยง

6.คอยแนะนำหรือพูดคุยกับคนในครอบครัวถึงการป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ เช่น ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยรถโดยสารที่แออัด หลีกเลี่ยงการไปเที่ยวหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีผู้คนชุมนุมกันจำนวนมาก  

ผู้ป่วย เบาหวาน ควรเตรียมตัวให้พร้อมหากรู้สึกไม่สบาย ติดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือหากจำเป็น ตั้งใจควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีขึ้น หากมีอาการไข้สูง ไอ จาม หรือหายใจลำบากมีเสมหะ ควรได้รับการรักษาอย่างทันที การติดเชื้อทุกชนิดสามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และทำให้ร่างกายขาดน้ำ จึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ เตรียมยารักษาเบาหวานให้ต่อเนื่องอย่าให้ขาด สำรองอาหารโดยเฉพาะประเภทน้ำตาลอย่างเพียงพอ สำหรับการแก้ไขภาวะน้ำตาลต่ำได้ทันท่วงที ควรมีผู้ที่สามารถไว้วางใจและมั่นใจว่าจะช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิด หากมีอาการหรือสงสัยจะป่วยโปรดพักผ่อน อยู่บ้าน และโทรศัพท์เพื่อขอคำแนะนำและพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาตามอาการ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1422 หรือ 1669

แหล่งที่มา : ข่าวสร้างสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ