ป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่....ด้วยสุขบัญญัติ

ไวรัสโคโรนา สายพันธ์ใหม่ อาการป่วยใกล้เคียงกับโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไอ มีน้ำมูก คัดจมูก เจ็บคอ บางรายที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรง จะพบอาการหายใจเร็ว เหนื่อย ติดต่อได้ 2 ทาง ได้แก่ ทางตรง และทางอ้อม ดังนี้

        1. ทางตรง จากการไอ จาม รดกัน โดยเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วยจะฟุ้งกระจายในอากาศ และคนที่อยู่ใกล้ผู้ป่วยในระยะ 1 เมตร หายใจเอาฝอยละอองเข้าไป ทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อโรค

        2. ทางอ้อม จากการใช้มือสัมผัสเชื้อโรค หรือสิ่งของเครื่องใช้สาธารณะที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น ลูกบิดประตู ขอบประตู โทรศัพท์ ราวบันได ปุ่มกดลิฟท์ ราวจับบนรถสาธารณะ รถไฟฟ้า รถเข็นในซุปเปอร์มาเก็ต เมาส์ คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ เป็นต้น และเอามือมาสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้

       ป้องกัน ไวรัสโคโรนา สายพันธ์ใหม่ ด้วยการปฏิบัติตามแนวทางของสุขบัญญัติ

1.  ดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด

            * อาบน้ำให้สะอาดทุกวัน ใส่เสื้อผ้าที่ซักสะอาด ตากแดดให้แห้ง                      

            * ทำความสะอาดบ้านเรือน สิ่งของเครื่องใช้ ให้สะอาด โดยเฉพาะสิ่งของที่มีการใช้มือสัมผัสจับต้อง เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู  เมาส์  คีย์บอร์ด โทรศัพท์ โต๊ะ เก้าอี้

             * ถ้ามีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่อยู่ในบ้านเดียวกันให้แยกเสื้อผ้าผู้ป่วยซักต่างหาก                                                                        

            * หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดหรือใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ ช้อนอาหาร

2. รักษาฟันให้แข็งแรงและแปรงฟันทุกวันอย่างถูกต้อง  ดูแลสุขอนามัยในช่องปากให้เป็นนิสัย

3. หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือ                                         

            * ก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำห้องส้วม

            * หลังการไอ จาม         

            * หลังหยิบจับสิ่งสกปรก หรือสัมผัสสัตว์เลี้ยงทุกชนิด                                                                                                        

            * หลังสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้สาธารณะหรือที่ใช้ร่วมกัน เช่น ที่เปิดปิดประตู โทรศัพท์ราวบันได ปุ่มกดลิฟท์ ราวจับบนรถสาธารณะ รถไฟฟ้า รถเข็นในซุปเปอร์มาเก็ต เมาส์ คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ ฯลฯ                                                                                                                     

            * หลังการเยี่ยมผู้ป่วย                                                                                                                                                      

            * เมื่อเดินทางถึงจุดหมาย เช่น เมื่อถึงโรงเรียน/ที่ทำงาน เมื่อถึงบ้าน

            * พกแอลกอฮอล์เจลติดตัว ใช้ถูทำความสะอาดมือ 15 วินาที เมื่อไม่มีโอกาสล้างด้วยน้ำและสบู่                                                                             

            * ล้างมือให้เป็นนิสัยจะช่วยป้องกันการแพร่กระจายและการติดต่อของโรค เพราะมือเป็นตัวกลางนำเชื้อโรคไปสู่ผู้อื่นและรับเชื้อมาสู่ตัวเอง  

            * ห้ามใช้มือที่ไม่ได้ล้าง จับต้องใบหน้า ตา จมูก ปาก                                        

* ไม่ใช้มือแคะจมูกหรือขยี้ตา เพราะเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุจมูกและตา

4. กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด สีฉูดฉาด

            * กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ  และมีคุณค่าทางโภชนาการ                                                                                                   

            * กินผัก ผลไม้สด เป็นประจำทุกวันเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักโขม บรอกโคลี ฝรั่ง ส้ม มะละกอ น้ำมะนาว                

            *  ใช้ช้อนกลางในการกินอาหารร่วมกับผู้อื่น

            *  ตักแบ่งน้ำจิ้มใส่ถ้วยเฉพาะคนในการกินอาหารร่วมกัน                             

            * ห้ามกินอาหารสุกๆ ดิบๆ

5. งดบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนัน และการสำส่อนทางเพศ                  

6. สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น                                             

7. ป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาท

8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอและตรวจสุขภาพประจำปี

รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรค ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน ๆ ละ 30 นาทีขึ้นไป ร่วมกับกินอาหารที่มีประโยชน์  ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มสุรา ตรวจสุขภาพทุกปี

9. ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ

            * นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่นอนดึก                                                                            

            * สร้างความสุขให้ตัวเองด้วยการมองโลกในแง่บวก ทำกิจกรรมที่ชอบ ยิ้มบ่อยๆ

10. มีสำนึกส่วนรวมร่วมสร้างสรรค์สังคม

            * เมื่อป่วย หรือมีอาการไข้หวัด ไอ จาม

              สวมหน้ากากอนามัย โดยล้างมือก่อนสวมหรือเปลี่ยนหน้ากากอนามัย และเลือกขนาดให้กระชับพอดีกับใบหน้า สวมให้คลุมทั้งจมูกและปาก                                               

 - หน้ากากอนามัยที่ทำจากกระดาษ ควรเปลี่ยนทุกวันและทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิด                       

- หน้ากากอนามัยที่ทำจากผ้า หลังใช้ซักให้สะอาดด้วยผงซักฟอกและตากแดดให้แห้งก่อนนำกลับมาใช้ใหม่        

 - เตรียมกระดาษทิชชูไว้ใกล้ตัว ใช้กระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอจาม ทิ้งทิชชูลงในถังขยะที่มีฝาปิด แล้วล้างมือให้สะอาด                                           

- ในกรณีจำเป็นไม่สามารถใช้ทิชชูได้ ให้ยกแขน ใช้แขนเสื้อท่อนบนปิดปากปิดจมูกแทนการใช้มือ        

- ล้างมือบ่อยๆ ให้สะอาดอยู่เสมอ ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจล

- หยุดพักเรียน พักงาน พักผ่อนอยู่ที่บ้าน 3-7 วัน ลดการแพร่ระบาด

- งดหรือหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมาก ตลอดจนการร่วมกิจกรรมในที่สาธารณะและการเดินทาง     

          ผู้ที่มีประวัติเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือพื้นที่เสี่ยง หากมีไข้ และมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ภายใน 14 วัน หลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย ขอให้สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาดเสมอ และ รีบปรึกษาเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และสาธารณสุขทันที หรือโทร 1422 ปฏิบัติสุขบัญญัติ ให้เป็นนิสัย  ไม่เสี่ยงและปลอดภัยจากไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่

แหล่งที่มา : แผ่นพับป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 ด้วยสุขบัญญัติ กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ


วันที่เขียน 31 มกราคม  2563