การใส่หน้ากากอนามัยให้ถูกประเภท

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่มีจุดกำเนิดอยู่ในประเทศจีน นับว่าเป็นปัญหาที่ต้องระมัดระวัง เพราะพบว่าจำนวนผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกๆ วัน ดังนั้นการใส่หน้ากากอนามัยถือเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสและเป็นหนึ่งวิธีในการป้องกันตัวเองเบื้องต้น เพราะวงการแพทย์ยืนยันและแนะนำให้คนทั่วไปใช้หน้ากากอนามัยเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรค เพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อระหว่างคนสู่คนได้

หน้ากากอนามัย คือ หน้ากากที่ใช้เพื่อช่วยป้องกันระบบทางเดินหายใจจากมลพิษ สารพิษ และเชื้อโรค ในหลายกรณี แพทย์แนะนำให้ใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากเป็นวิธีการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสจากคนสู่คนได้ หากรู้วิธีใช้ที่ถูกต้องก็จะช่วยให้การป้องกันนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

หน้ากากอนามัยมี 3 ประเภท ลักษณะของการใช้แตกต่างกันออกไป ดังนี้

1. หน้ากากอนามัยแบบผ้า กรณีคนไม่ป่วย ใช้เพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อ แนะนำให้ใช้หน้ากากผ้าประหยัดและลดขยะ สามารถซัก ตากแห้ง และนำมาใช้ใหม่ได้ กรณีคนที่ป่วยให้ใช้หน้ากากอนามัยเพื่อการแพทย์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

2.หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ที่ด้านหนึ่งที่เป็นสีเขียวหรือฟ้า โดยใส่ด้านที่เป็นสีเข้มออกข้างนอก เพราะจะมีการกั้นน้ำและการแพร่ของเชื้อไวรัส ซึ่งเหมาะที่สุดในการป้องกันการแพร่ หรือ รับเชื้อต่างๆ อย่างหวัด จากเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย ที่มากับละอองน้ำลาย น้ำมูก ที่พุ่งกระจายออกมา เวลาใครจามหรือไอ โดยเฉพาะเวลาจาม ที่มีแรงส่งละอองน้ำลาย น้ำมูกกระจายในรัศมีวงกว้าง มีวิธีใส่ที่ คือ ล้างมือให้สะอาดก่อนนำหน้ากากอนามัยมาใช้ เวลาสวมให้คลุมทั้งจมูกและปาก ขอบที่มีลวดอยู่ด้านบนสันจมูกและรอยจีบพับคว่ำลงใช้แล้วทิ้ง 

3.หน้ากาก N 95 ให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยใช้เพราะใกล้ชิดเชื้อมากกว่าโดยหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เพราะมีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมากๆ ได้ และมีประสิทธิภาพในการป้องกันสูงกว่า เช่น ป้องกันเชื้อวัณโรค เชื้อแอนแทร็กซ์ หรือเชื้ออื่นๆ ที่เป็นอันตราย อีกทั้งมักใช้ระหว่างการทำงาน เช่น การทำงานกับสารเคมีหรือการใช้สีที่อาจทำให้ได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ เนื่องจากลักษณะของหน้ากากอนามัยชนิดนี้จะครอบลงไปที่บริเวณหน้าปากและจมูกอย่างมิดชิด ทำให้เชื้อไวรัสหรือสารปนเปื้อนไม่สามารถลอดผ่านได้

นอกจากนี้ เลือกใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายทางระบบทางเดินหายใจอย่างถูกประเภท สิ่งที่จะช่วยให้ป้องกันความเสี่ยงและปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธฺใหม่2009 คือ การทำให้ร่างกายแข็งแรง กินอาหารที่มีประโยชน์ ล้างมือบ่อยๆ หลังขับถ่ายและสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้สาธารณะที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจล และไม่ใช้มือมาสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ ที่สำคัญใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

แหล่งที่มา : ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข

31 มกราคม  2563



ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข