เรียนรู้ เข้าใจ การช่วยชีวิตเบื้องต้น

เรียนรู้ เข้าใจ

การช่วยชีวิตเบื้องต้น ในผู้ใหญ่ (ขั้นพื้นฐาน)

             ในกรณีเจอคนหมดสติ การให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อที่จะช่วยชีวิตคนป่วยให้ปลอดภัยผ่านวิกฤตไปได้ ก่อนรถพยาบาลจะมาถึง และส่งถึงมือหมอได้อย่างทันท่วงทีนั้น ต้องทำอย่างไร  

            การช่วยชีวิตเบื้องต้น คือ การช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจกะทันหันให้หัวใจกลับมาเต้นและส่งถึงแพทย์ได้ทันท่วงที ซึ่งช่วยในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นลม หมดสติ และตรวจพบไม่มีชีพจรหรือไม่หายใจแล้ว

      การช่วยเหลือเบื้องต้น คือ การทำ CPR* หรือการกดหน้าอก ซึ่งการทำ CPR หรือการกดหน้าอกที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยก่อนที่จะนำส่งโรงพยาบาล โดยการทำ CPR ร่วมกับการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ คือ เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอัติโนมัติ หรือ AED** จะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตผู้ป่วยมากขึ้น  โดยการช่วยชีวิตเบื้องต้นดังกล่าว ควรทำพร้อมกับการตามทีมหน่วยกู้ชีพ หรือทีม EMS เพื่อนำผู้ป่วยไปส่งได้อย่างทันท่วงที

 

ขั้นตอนการช่วยเหลือเบื้องต้น โดยการทำ CPR  

          1. เมื่อพบคนหมดสติ ให้ดูความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อมก่อนเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วย เช่น ระวังอุบัติเหตุ ไฟช็อต หรือความเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

          2. ปลุกเรียกผู้ป่วยด้วยเสียงที่ดัง และตบไหล่ทั้งสองข้าง หากผู้ป่วยรู้สึกตัว หายใจเองได้ให้จัดท่านอนตะแคง แต่หากยังไม่หายใจให้ทำตามขั้นตอนต่อไป

          3. เรียกผู้คนที่อยู่ในระยะใกล้เข้ามาร่วมช่วยเหลือผู้ป่วย ร่วมกับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ ที่ สายด่วน 1669*** โดยขอผู้ช่วยพร้อมกับนำเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอัติโนมัติ AED มาด้วย แจ้งสถานที่เกิดเหตุ สภาพผู้ป่วย เบอร์โทรติดต่อกลับ

          4. ประเมินผู้ป่วย หากยังไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ ให้ทำการช่วยเหลือฟื้นคืนชีพ  หรือ ทำ CPR ในทันที

          5. ช่วยเหลือฟื้นคืนชีพด้วยการกดหน้าอก จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนหงายบริเวณผิวที่แข็ง ปลอดภัย วางสันมือข้างหนึ่งตรงครึ่งล่างกระดูกหน้าอก และวางมืออีกข้างทับประสานกันไว้ เริ่มการกดหน้าอกด้วยความลึกอย่างน้อย 5 เซนติเมตร ในอัตราเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที

          6. หากมีเครื่อง AED ให้เปิดเครื่องและถอดเสื้อผ้าผู้ป่วยออก

          7. ติดแผ่นนำไฟฟ้า บริเวณใต้กระดูกไหปลาร้าด้านขวา และชายโครงด้านซ้าย และห้ามสัมผัสตัวผู้ป่วย

          8. ปฏิบัติตามเครื่อง AED แนะนำ คือ หากเครื่องสั่งให้ช็อตไฟฟ้า ให้กดปุ่มช็อต และทำการกดหน้าอกหลังทำการช็อตทันที แต่หากเครื่องไม่สั่งช็อตให้ทำการกดหน้าอกต่อไป

          9. กดหน้าอกต่อเนื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำ

         10. ส่งต่อผู้ป่วยให้กับทีมหน่วยกู้ชีพเพื่อนำส่งโรงพยาบาล เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินมีโอกาสรอดชีวิตได้มากยิ่งขึ้น

            สิ่งที่สำคัญที่สุดในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน คือ การทำ CPR หรือการกดหน้าอกอย่างถูกวิธี นอกจากนั้น การตามทีมหน่วยกู้ชีพ หรือ ทีม EMS ก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะจะได้นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงทีและเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้มากขึ้น

 

* CPR (Cardiopulmonary Resuscitation) คือ ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพด้วยวิธีปั๊มหัวใจ เป็นการปฐมพยาบาลเพื่อช่วยชีวิตแบบหนึ่ง มีประโยชน์ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผู้ป่วยหยุดหายใจกะทันหันหรือหัวใจหยุดทำงาน เช่น หัวใจวาย จมน้ำ หรือขาดออกซิเจนนาน ซึ่งเป็นภาวะที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสมองอย่างถาวรภายใน 4 นาที และอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตภายในเวลา 8-10 นาที การปั๊มหัวใจจึงอาจช่วยยื้อเวลาและช่วยฟื้นการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดที่หยุดกะทันหัน ทำให้หัวใจกลับมาเต้นได้ตามปกติ มีออกซิเจนหล่อเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญอื่น ๆ อีกครั้ง จนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์

** เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ หรือเออีดี (Automatic External Defibrillator:AED ) เป็นอุปกรณ์ที่สามารถ "อ่าน" และ "วิเคราะห์" คลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำ

 *** 1669 คือ บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ให้บริการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง ตลอด 24 ชั่วโมง


สิ่งสำคัญที่ประชาชนควรรู้

ก่อนโทรแจ้งสายด่วน 1669 

มีหลักสำคัญ 9 ข้อ คือ

  1. เมื่อพบเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน ให้ตั้งสติ และโทรแจ้งสายด่วน 1669

  2. ให้ข้อมูลว่าเกิดเหตุอะไร มีผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บในลักษณะใด

  3. บอกสถานที่เกิดเหตุ เส้นทาง จุดเกิดเหตุ ให้ชัดเจน

  4. บอกเพศ ช่วงอายุ อาการ จำนวนผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ

  5. บอกระดับความรู้สึกตัวของผู้ป่วย

  6. บอกความเสี่ยงที่อาจเกิดซ้ำ เช่น อยู่กลางถนนหรือรถติดแก๊ส

  7. บอกชื่อผู้แจ้ง เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้

  8. ช่วยเหลือเบื้องต้นตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ 

  9. รอทีมกู้ชีพมารับผู้ป่วยเพื่อนำส่งโรงพยาบาล

 

         ทั้งนี้ ประชาชนควรเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำการซักถามประวัติอย่างละเอียด เพื่อประเมินอาการผู้ป่วยอย่างถูกต้องเหมาะสม และบางกรณีอาจไม่สามารถส่งทีมเข้าช่วยเหลือได้เสมอไป เพราะบางครั้งไม่ใช่เหตุฉุกเฉินจริง ๆ แต่เจ้าหน้าที่อาจให้คำแนะนำให้ไปรับบริการอื่นๆ ได้  ที่สำคัญและเน้นย้ำคือ สายด่วน 1669 เป็นสายด่วนแห่งชีวิต ดังนั้นผู้โทรแจ้งต้องมีเหตุฉุกเฉินจริง ๆ และที่สำคัญไม่ควรโทรเล่น เพราะอาจตัดโอกาสผู้ป่วยฉุกเฉินรายอื่นได้   


         ประชาชนสามารถเรียนรู้รายละเอียดในการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินได้ จากคู่มือสำหรับประชาชนในการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้น ในเอกสารเพิ่มเติมแนบท้าย (ไฟล์ดาวน์โหลด)


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  - การช่วยชีวิตเบื้องต้นในผู้ใหญ่ (ขั้นพื้นฐาน) อ.นพ.โชค ลิ้มสุวัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

  - สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ  https://www.niems.go.th/

  - การใช้เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติหรือ เออีดี อมรรัตน์ ศุภมาศ พยาบาลประจำโครงการปฏิบัติการช่วยฟื้นชีวิต โครงการปฏิบัติการช่วยฟื้นชีวิต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล