ป้องกันเด็กจมน้ำ....วันลอยกระทง

วันลอยกระทงเป็นวันที่พ่อแม่มักจะพาเด็กๆ ไปใกล้แหล่งน้ำมากที่สุด เพื่อร่วมสืบสานประเพณีและขอขมาแก่พระแม่คงคา ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุกับเด็กๆ ได้ โดยเฉพาะการจมน้ำเป็นการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เนื่องจากเด็กมีความเสี่ยงที่จะพลัดตกลื่นลงน้ำได้  ประชาชนที่จะพาบุตรหลานไปลอยกระทงให้เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ถ้าเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ควรดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เด็กอยู่ใกล้แหล่งน้ำตามลำพัง นอกจากนี้ยังมีเด็กอีกส่วนหนึ่งที่ลงไปเก็บกระทงหรือเก็บเงินในกระทง

จากข้อมูล ตั้งแต่ปี 2551-2560 ช่วงเทศกาลลอยกระทง มีคนจมน้ำเสียชีวิตสะสมจำนวน 380 คน เป็นเด็กอายุ ต่ำกว่า 15 ปี ถึงจำนวน 94 คน คิดเป็นร้อยละ 24.7 เฉพาะวันลอยกระทงวันเดียวมีคนจมน้ำเสียชีวิตสะสมสูงถึง จำนวน 145 คน โดยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตสูงถึงจำนวน 43 คน คิดเป็นร้อยละ 29.7 เฉลี่ยวันละกว่าจำนวน 4 คน ซึ่งมากกว่าในช่วงวันปกติ 2 เท่าตัว และในปี 2560 แนวโน้มการเสียชีวิตลดลงทั้งในกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่ เป็นชายมากกว่าหญิงประมาณ 2 เท่าตัว มากที่สุดคือ เด็กกลุ่มอายุ 5 - 9 ปี ที่น่าสนใจคือยังคงมีเด็กชายอายุ 8 ปีที่จังหวัดอยุธยา จมน้ำเสียชีวิตจากการว่ายน้ำลงไปเก็บเงินในกระทง

  ประชาชนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการลอยกระทงเพราะเสี่ยงต่อการจมน้ำและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่ยังช่วยเหลือตนเองไม่ได้ จึงขอแนะนำวิธีการปฏิบัติ ดังนี้

1. ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด เมื่อเด็กอยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือยืนใกล้ขอบบ่อ/สระ เพราะอาจพลัดตกลงน้ำได้ ควรลอยกระทงในพื้นที่ที่หน่วยงานจัดเพราะมีสิ่งกั้นขวางเพื่อป้องกันเด็กตกน้ำ

2. เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เด็กต้องอยู่ในระยะที่คว้าถึง การหันไปทำกิจกรรมต่างๆ เพียงเสี้ยววินาที โดยปล่อยให้เด็กลอยกระทงตามลำพังในกะละมัง หรือถังน้ำ ก็อาจทำให้เด็กจมน้ำเสียชีวิตได้ และหากเป็นกลุ่มเด็กอายุ  3-5 ปี เด็กต้องอยู่ในระยะที่มองเห็นและเข้าถึงทันเวลา

3. ไม่ปล่อยให้เด็กลงไปเก็บกระทงหรือเก็บเงินในกระทงที่ลอยในน้ำ ผู้ปกครองควรห้ามหรือไม่ปล่อยให้เด็กลงไปเก็บกระทงอย่างเด็ดขาด เด็กอาจจะจมน้ำ เนื่องจากเป็นตะคริวเพราะอยู่ในน้ำเป็นเวลานานและสภาพอากาศหนาวเย็นด้วย

4. ถ้าจำเป็นจะต้องเดินทางพาหนะทางน้ำ ควรเตรียมอุปกรณ์ชูชีพให้พร้อมทุกคนหรือเลือกใช้บริการผู้รับจ้างพาหนะทางน้ำที่มีอุปกรณ์ชูชีพ และจะต้องพิจารณาจำนวนผู้ร่วมโดยสารไม่มากเกินไป

  ทั้งนี้ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ไม่ให้คลาดสายตา และเพิ่มความระมัดระวังเมื่อนำเด็กเข้าใกล้แหล่งน้ำ ไม่ปล่อยให้เด็กไปลอยกระทงกันเองตามลำพัง และเก็บกระทงแม้จะอยู่บนฝั่งเพราะอาจพลัดตกได้ เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ต้องอยู่ในระยะที่มองเห็นและเข้าถึงได้ทัน สอนให้เด็กใช้นกหวีดเพื่อขอความช่วยเหลือ และในกลุ่มผู้ใหญ่ควรหลีกเลี่ยงการดื่มสุราและลงน้ำ หากโดยสารเรือให้สวมเสื้อชูชีพทุกครั้ง  ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

แหล่งข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และข่าว สำนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค

    กองยุทธศาสตร์และแผนงาน โดยกรมควบคุมโรค