การช่วยเหลือบุคคลที่มีภาวะวิกฤติทางอารมณ์

การช่วยเหลือบุคคลที่ประสบภาวะวิกฤติ มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตของผู้ที่มีภาวะวิกฤติทางอารมณ์ ในการช่วยเหลือมีหลายวิธี  เช่น การช่วยเหลือให้รู้จักความจริง การชี้แนะ การให้การปรึกษา การเยี่ยมบ้านผู้ที่อยู่ในภาวะวิกฤติ ส่วนใหญ่ใช้เวลา 1-6 ครั้ง  ในระยะเวลาประมาณ 

1-6  สัปดาห์ เมื่อบุคคลสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ก็จะยุติการช่วยเหลือ

การช่วยเหลือ แบ่งได้เป็น  2  วิธี

1.การช่วยเหลือทั่วไป  โดยคำนึงถึงภาวะวิกฤติที่ประสบมากกว่าคำนึงกระบวนการทางด้านจิตใจของผู้กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ การช่วยเหลือมุ่งไปทางด้านการแก้ไขสภาวะวิกฤติ ไม่ได้คำนึงถึงผู้ที่อยู่ในภาวะวิกฤติว่าเป็นใคร มีภูมิหลังแตกต่างกันอย่างไร มีความต้องการส่วนตัวที่แตกต่างกันจากคนอื่นเช่นไร วิธีการที่ใช้ในการช่วยเหลือวิธีนี้จึงเป็นการช่วยเหลือที่มุ่งไปที่เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดภาวะวิกฤติแก่คนส่วนใหญ การช่วยเหลือขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ที่ช่วยเหลืออาจเป็นบุคลากรอื่นๆ ที่ไม่ใช่บุคลากรทางสุขภาพจิต  เพราะผู้ช่วยเหลือนั้นไม่จำเป็นต้องมีความรู้อย่างลึกซึ้งในกระบวนการภายในจิตใจและกระบวนการระหว่างบุคคล วิธีการช่วยเหลือ เช่น บอกแนะวิธีการปรับตัวโดยตรง  แนะนำพฤติกรรมการปรับตัวที่เป็นไปได้ การให้การประคับประครองทั่วไป การให้ยาและอาหารการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ การแก้ไขสิ่งแวดล้อมเพื่อลดภาวะวิกฤติ การให้การปรึกษาเป็นต้น

2.การช่วยเหลือเป็นรายบุคคล เป็นวิธีการช่วยเหลือบุคคลในภาวะวิกฤติที่มุ่งให้การช่วยเหลือในภาวะวิกฤติทางอารมณ์ การช่วยเหลือจะต้องงกระทำโดยบุคคลทางด้านสุขภาพจิต เพราะจะต้องทำการประเมินกระบวนการภายในจิตใจของบุคคลยามเกิดภาวะวิกฤติ วิธีนี้จะใช้ในการช่วยเหลือบุคคลในภาวะวิกฤติที่ไม่สามารถปรับตัวได้  แม้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือทั่วไปในเบื้องต้นแล้วก็ตามผู้ที่จะให้การช่วยเหลือจะต้องมีความรู้ความเข้าใจใกระบวนการของจิตใจและสังคม เป็นการช่วยเหลืออย่างมีขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินปัญหา  ประเมินองค์ประกอบในการปรับตัวสู่สภาวะสมดุล  มีการวางแผนช่วยเหลือ  ปฏิบัติการช่วยเหลือ  และการประเมินผลการช่วยเหลือ  ถ้าไม่ได้ผลต้องกลับไปวางแผนเพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือใหม่จนกระทั่งบุคคลนั้นสามารถปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติได้

ดังนั้นผู้ให้การช่วยเหลือควรช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในภาวะวิกฤติให้พ้นจากความไม่สบายใจ  ไม่สบายกาย  ความทุกข์ทางใจให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้  ต้องเริ่มจากการที่ผู้ให้การช่วยเหลือมีความชัดเจนในเป้าหมายของการช่วยเหลือก่อนและมีความพร้อมในการช่วยเหลือ

 ผู้เขียน

สิริกุล จุลคีรี  กรมสุขภาพจิต

เอกสารอ้างอิงเพิ่มเติม

ดร.นายแพทย์พิทักษ์พล บุญยมาลิก,บรรณาธิการ. หลักสูตรการปฐมพยาบาลทางจิตใจตามหลักการEASE: Psychological First Aid : โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด; มิถุนายน 2553.