คลอร์ไพริฟอส.......ร้ายแรงกว่าที่คิด

คลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos) เป็นวัตถุมีพิษทางการเกษตรเพื่อใช้กำจัดแมลงศัตรูพืช การบริโภคคลอร์ไพริฟอสที่ตกค้างในพืช และผักในปริมาณมากๆ สามารถทำให้เสียชีวิตได้ คลอร์ไพริฟอสเป็นยาฆ่าแมลงที่ใช้ฉีดพ่นลงในแปลงเกษตร เช่น ฝ้าย ข้าวโพด อัลมอนด์ รวมถึงผลไม้ เช่น ส้ม กล้วย และแอปเปิ้ล เป็นต้น

คลอร์ไพริฟอส จะออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของระบบประสาทในตัวแมลง องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้คลอร์ไพริฟอสเป็นสารประกอบที่มีอันตราย การสัมผัสโดยตรงสามารถส่งผลกระทบต่อระบบประสาทของมนุษย์ และทำให้เกิดภาวะภูมิต้านทานตนเอง (Autoimmune disorders) นอกจากนี้สารประกอบออร์กาโนฟอสเฟต ยังสร้างผลกระทบต่อกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เช่น ทำให้สูญเสียการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ทำลายกระบวนการเจริญเติบโตของเซลล์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกัน/ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายต่ำลง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิต สตรีตั้งครรภ์ที่ได้รับสารประกอบชนิดนี้จะทำให้การพัฒนาระบบประสาทของทารกในครรภ์ผิดปกติได้ ประชาชนที่ได้รับยาฆ่าแมลงโดยตรง หรือโดยอ้อม หรือไม่รู้ตัวว่ากำลังได้รับยาฆ่าแมลง จะส่งผลทำให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคทางระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ กล้ามเนื้อ หัวใจ และมะเร็ง

อาการของผู้ที่ได้รับพิษเฉียบพลันจากคลอร์ไพริฟอส ได้แก่ ปวดศีรษะ  น้ำตาไหลมาก เหงื่อออกมากผิดปกติ น้ำลายในปากมีปริมาณมาก คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ตาพร่า มองภาพไม่ชัดเจน ตัวชาหรือไม่สามารถรับรู้ ความรู้สึกคล้ายเป็นอัมพาต กล้ามเนื้อหดเกร็งตัว หรือเกิดตะคริว มีอาการชักกระตุก หมดสติ และมีอาการโคม่า

เกษตรกร ควรมีการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับคลอร์ไพริฟอส และตระหนักต่อการนำคลอร์ไพริฟอสมาใช้ในการกำจัดแมลงศัตรูพืช  เพราะคลอร์ไพริฟอสมีผลร้ายทำลายสุขภาพของผู้ใช้ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และที่สำคัญทำให้เสียชีวิต ดังนั้น เกษตรกรควรหยุดและเลิกใช้คลอร์ไพริฟอส เพื่อชีวิตของท่าน และเพื่อมีชีวิตอยู่กับครอบครัวที่ท่านรักได้ยาวนาน "เลิกใช้คลอร์ไพริฟอส" นะค่ะ