พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558

ขอบคุณภาพจาก Pixabay 

ในปัจจุบันการตั้งครรภ์แทน หรือที่เรียกกันว่า "อุ้มบุญ" เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการจะมีบุตรแต่มีร่างกายที่มีภาวะมีบุตรยาก ทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้ตามที่ต้องการ ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ของประเทศไทยมีมาตรฐานและมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูงมาก

พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2558  พระราชบัญญัตินี้ จะกำหนดสถานะความเป็นบิดามารดาที่ชอบด้วยกฎหมายของเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรือ "เด็กอุ้มบุญ" ให้เหมาะสม ตลอดจนควบคุมการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์เกี่ยวกับตัวอ่อนและเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์มิให้มีการนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง

ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอุ้มบุญทั้งหมด ได้แก่ เด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรือ "เด็กอุ้มบุญ" ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งสามีและภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งภรรยาไม่อาจตั้งครรภ์ที่ประสงค์จะมีบุตรโดยให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทน และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ในกระบวนการนี้ ต้องมีความเข้าใจในพระราชบัญญัตินี้อย่างดี เพราะมีข้อกฎหมายที่มีความสำคัญกับผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียดที่จะต้องปฏิบัติตามเพื่อให้เกิดความสงบสุขเรียบร้อยในครอบครัว

พระราชบัญญัตินี้มีประเด็นที่สำคัญเกี่ยวข้องกับบุคคลต่างๆ โดยสรุปดังนี้

1) ผู้รับบริการ

      1. ต้องเป็นสามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายมีสัญชาติไทย หรือสามีและภริยาคนใดคนหนึ่งมีสัญชาติไทย

      2. ต้องจดทะเบียนสมรสไม่น้อยกว่า 3 ปี

      3. แพทย์รับรองว่ามีบุตรยาก และประสงค์จะมีบุตรโดยการตั้งครรภ์แทน

2) แพทย์ผู้ให้บริการ

    1ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม และต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่แพทยสภากำหนด

 2. ต้องตรวจประเมินความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ขอรับบริการ หญิงที่รับตั้งครรภ์แทน ผู้บริจาคอสุจิ/ไข่ ตามประกาศของแพทยสภา

 3. มีหน้าที่ยื่นคำขออนุญาตให้ดำเนินการตั้งครรภ์แทนต่อกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ตามข้อกำหนดของกฎหมาย

3) หญิงที่รับตั้งครรภ์แทน

  1. ต้องเป็นญาติสืบสายโลหิต

  2. ไม่ใช่บุพการีหรือผู้สืบสันดานของสามีหรือภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย

  3. เคยมีบุตรมาก่อนและได้รับความยินยอมจากสามี

  4. กรณีที่ไม่มีญาติสืบสายโลหิตต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

4) มีการเสนอคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์เพื่อขออนุญาต เมื่อคณะกรรมการฯ พิจารณาอนุญาตจะออกหนังสือแจ้งอนุญาตเป็นรายครั้ง จึงจะทำการตั้งครรภ์แทนได้

5) เด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทน

  1. เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของสามีและภริยาที่ประสงค์จะมีบุตร

    2. มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยครอบครัวและมรดก

    3. กรณีสามีและภริยาเสียชีวิตก่อนเด็กเกิด ให้หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนเป็นผู้ปกครองเด็ก จนกว่าศาลจะตั้งผู้ปกครองขึ้นใหม่

6) การแจ้งเกิด

    1. สามีและภริยามีหน้าที่แจ้งเกิดตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร์

    2. กรณีสามีและภริยาเสียชีวิตก่อนเด็กเกิด หรือไม่อยู่ในประเทศไทย หรือไม่ปรากฎตัว ให้หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนนั้น มีหน้าที่แจ้งเกิด

7) ข้อควรระวัง

  1. ห้ามเป็นคนกลาง/นายหน้า โดยมีค่าตอบแทนให้จัดการหรือชี้ช่องให้มีการตั้งครรภ์แทน

  2. ห้ามสามีและภริยาปฏิเสธการรับเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทนเป็นบุตร

  3. ห้ามซื้อ-ขาย เสนอซื้อ นำเข้า ส่งออก ซึ่งอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน

  4. ห้ามให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า

  5. ห้ามโฆษณาว่าจะรับหรือให้ผู้อื่นตั้งครรภ์แทน

  6. ผู้ใดฝ่าฝืนระวางโทษจำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ