ประเภทของสารเคมีกําจัดศัตรูพืชและผลกระทบต่อสุขภาพ

สารเคมีกําจัดศัตรูพืช สามารถแบ่งแยกออกได้หลายประเภท ดังนี้

1. สารกําจัดแมลง

ใช้ป้องกัน กําจัด หรือขับไล่ศัตรูพืช และสัตว์ เช่น สารกลุ่มออร์กาโนคลอรีน

ออร์กาโนฟอสเฟต คาร์บาเมท ไพรีทรอยด์ ฯลฯ

ผลกระทบต่อสุขภาพ

หากได้รับในปริมาณความเข้มข้นสูงทันที ทําให้เกิดพิษเฉียบพลัน พบอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ รูม่านตาหดเล็ก น้ำมูก น้ำตา น้ำลาย และเหงื่อออกมาก อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หัวใจอาจเต้นช้าหรือเร็ว ความดันเลือดอาจต่ำหรือสูง กล้ามเนื้อเป็นตะคริวและอ่อนแรง รวมถึงอาจมีอาการหายใจแผ่ว บางรายอาจชัก ซึม หรือหมดสติ บางรายเกิดอัมพาตของเส้นประสาทสมอง

กรณีสัมผัสทางผิวหนัง พบอาการผื่นคันแสบร้อน ชา บริเวณที่สัมผัส

2. สารกำจัดวัชพืช

ใช้เพื่อทําลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืช เช่น พาราควอท ไกลโฟเสต เป็นต้น

ผลกระทบต่อสุขภาพ

อาการพิษเฉียบพลัน มักทําให้เกิดแผลในปาก เจ็บคอ กลืนลําบาก อาเจียน ปวดท้อง แสบร้อนในอก ระยะต่อมาเกิดปัสสาวะออกน้อย ไตวาย ตับอักเสบ หายใจหอบเหนื่อย และมีอัตราการเสียชีวิตสูงจากระบบอวัยวะหลายระบบไม่ทํางาน หากสัมผัสทางผิวหนัง ทําให้เกิดผิวหนังไหม้ แผลพุพอง ปวดแสบ ปวดร้อน และเล็บเปลี่ยนสีขาวหรือเหลือง ถ้าเข้าตาอาจเกิดแผลที่กระจกตา (Corneal ulcer)

อาการพิษเรื้อรัง มักเกิดจากการสัมผัสทางผิวหนัง โดยมีอาการผื่นคัน ผิวหนังไหม้ ตาดําอักเสบ น้ำตาไหลมาก บางรายมีเลือดกําเดาไหล

3. สารกําจัดเชื้อรา

ใช้ป้องกันและฆ่าเชื้อรา เช่น แคปแทน ฯลฯ

ผลกระทบต่อสุขภาพ

หากได้รับในปริมาณมาก ๆ หรือความเข้มข้นสูง ทําให้เกิดพิษเฉียบพลัน มักพบอาการคอแห้ง แสบจมูก ไอ เคืองตา ตาแดง คันตามผิวหนัง มีจุดขาวที่ผิวหนัง และผื่นแดง

4. สารกําจัดหนูหรือสัตว์กัดแทะอื่น

ซิงค์ฟอสไฟด์ วอร์ฟาริน ฯลฯ

ผลกระทบต่อสุขภาพ

ส่วนใหญ่มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องอย่างรุนแรง บางรายเกิดอาการตับอักเสบเฉียบพลัน และบางรายมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลําบากร่วมด้วย

เอกสารอ้างอิง

เอกสาร DDC WATCH จับตาโรคและภัยสุขภาพ ปีที่ 5 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2561 จัดทำโดย สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค