กระทรวงสาธารณสุข สนับสนุน "อิ่มบุญ อิ่มใจ กินเจปลอดภัย"

  กระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนให้ประชาชน "อิ่มบุญ อิ่มใจ กินเจปลอดภัย" บูรณาการการทำงานด้านความปลอดภัยอาหาร เฝ้าระวัง ตรวจวิเคราะห์สารตกค้าง สารปนเปื้อน ห้ามใช้ในอาหาร สร้างความมั่นใจประชาชน แนะเลือกซื้ออาหารจากร้าน/แผงลอยอาหารเจที่มีป้ายอาหารสะอาด รสชาติอร่อย
           นายแพทย์สุขุม  กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบกรมอนามัย นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายแพทย์สมฤกษ์  จึงสมาน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกันแถลงข่าว "อิ่มบุญ อิ่มใจ กินเจปลอดภัย" ซึ่งในปีนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน จนถึง 7 ตุลาคม 2562
          นายแพทย์สุขุมกล่าวว่า ช่วงเทศกาลถือศีลกินเจของทุกปี ประชาชนจะรักษาศีล ปฏิบัติธรรม งดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ และรับประทานผักผลไม้ โดยเชื่อว่า การกินเจเป็นการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ได้กุศล การละเว้นเนื้อสัตว์เป็นการให้ชีวิตแก่สัตว์ ถือเป็นการเสริมบุญบารมีและยังเป็นการรักษาสุขภาพ เพราะอาหารเจซึ่งเป็นพืชผักจะย่อยง่าย ทำให้ระบบย่อยอาหาร ได้หยุดพักจากการทำงานหนักมาตลอดปี ช่วยระบบขับถ่ายและการย่อยอาหารทำงานได้ดี และช่วยลดคอเลสเตอรอลควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ให้กรมที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ในการกินเจอย่างปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ โดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกันเฝ้าระวังอาหารที่จำหน่าย ทั้งที่ผลิตภายในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์เทียม ผักผลไม้ต่างๆ และผลิตภัณฑ์ประเภทเส้น โดยเฝ้าระวังการใช้หรือการตกค้างของสารพิษต่างๆ และการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค ป้องกันการหลอกลวงผู้บริโภคจากการปลอมปนเนื้อสัตว์ลงไปในผลิตภัณฑ์อาหารเจอีกด้วย หากมีการตรวจพบความไม่ปลอดภัยหรือการหลอกลวงก็จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อไป
          นอกจากนี้ ได้ให้กรมควบคุมโรคเฝ้าระวังโรคที่อาจเกิดขึ้น วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ ให้คำแนะนำข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันโรค และให้กรมอนามัย แนะนำประชาชนในการเลือกร้านอาหารที่มีป้ายอาหารสะอาด รสชาติอร่อย เลือกอาหารเจตามหลักโภชนาการ ไม่บริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมทั้ง ให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะนำอาหารและสมุนไพรที่จะใช้ในการบำรุงสุขภาพ
          ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคที่อาจเกิดขึ้นและพบได้บ่อยคือโรคอาหารเป็นพิษ จากการประกอบอาหารที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนมากับวัตถุดิบ หรือปรุงอาหารไว้นาน ไม่ได้แช่เย็น และไม่ได้อุ่นให้เดือดก่อนรับประทาน เมื่อมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน อาจมีไข้ร่วมด้วย ให้จิบน้ำผสมสารละลายเกลือแร่ ป้องกันการขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้นขอให้ไปพบแพทย์
          แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบกรมอนามัย กล่าวว่า การเลือกซื้ออาหารเจสำเร็จรูป ควรเลือกร้านร้านอาหารหรือแผงลอยมีป้ายสัญลักษณ์ "อาหารสะอาด รสชาติอร่อย" (Clean Food Good Taste) ผู้สัมผัสอาหารมีสุขนิสัยที่ดี เช่น การสวมผ้ากันเปื้อน หมวกคลุมผม ใช้อุปกรณ์หยิบจับอาหาร ภาชนะบรรจุอาหารสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ควรเสริมโปรตีนด้วยอาหารที่มีถั่วหรือผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง ฟองเต้าหู้ โปรตีนเกษตร งา และเห็ดต่างๆ เน้นข้าวกล้อง มีผักเป็นส่วนประกอบ เช่น ลาบเต้าหู้ น้ำพริกเจผักเคียง ต้มจืดเจ ต้มยำเจ อาหารประเภทต้ม ตุ๋น นึ่ง อบ ยำ น้ำพริกที่ไม่ผัดน้ำมัน แกงไม่ใส่กะทิ เลี่ยงอาหารผัดน้ำมันเยิ้ม ทอด เพราะจะทำให้น้ำหนักเกินและอ้วนได้ และลด หวาน มัน เค็ม โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง ขอให้ยึดหลัก "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ"
          นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย. ได้ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจเฝ้าระวังการผลิต และคุณภาพของผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบที่นำไปใช้ประกอบอาหารเจที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่าย เช่น ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์เทียม ผักผลไม้ต่างๆ และผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเส้น ที่มีการขออนุญาตกับ อย. เป็นประจำทุกปี รวมทั้งในช่วงเทศกาลกินเจ โดยพบว่าผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ผ่านมาตรฐาน ในส่วนผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน อย. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ให้คำแนะนำในการปรับปรุงแก้ไขเบื้องต้น ติดตามตรวจสอบ และเก็บตัวอย่างจากสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้าและสถานที่จำหน่ายเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ซ้ำ และดำเนินการตามกฎหมายแล้ว และขอให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีความสะอาด ปลอดภัยและได้มาตรฐาน กรณีเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ความเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากแสดงชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า และแสดงน้ำหนักสุทธิ เป็นต้น ควรเลือกซื้อผักผลไม้ตามฤดูกาลที่ได้รับตรารับรองคุณภาพ GAP, GMP หรือตรารับรองเกษตรอินทรีย์ และควรล้างทำความสะอาดผักและผลไม้ก่อนบริโภคด้วย
          นายแพทย์สมฤกษ์  จึงสมาน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า  อาหารที่นิยมบริโภคในเทศกาลนี้ ได้แก่ ผักกาดดอง เกี่ยมฉ่าย  อาหารจำพวกแป้งและโปรตีนจากถั่วเหลือง หมีกึงที่เป็นโปรตีนจากแป้งสาลี และพัฒนาแปรรูปให้มีลักษณะ รสชาติใกล้เนื้อสัตว์ บางครั้งจะพบการปะปนของเนื้อสัตว์ในอาหารเจได้ ซึ่งจากการเฝ้าระวังในช่วงเทศกาลกินเจ ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน พบกลุ่มอาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ ตรวจพบ DNA ของเนื้อสัตว์ปนเปื้อนคิดเป็นร้อยละ 8.3  กลุ่มผักดอง ตรวจพบวัตถุกันเสียกรดเบนโซอิคเกินมาตรฐานที่กำหนดคิดเป็นร้อยละ 53.3 กลุ่มอาหารประเภทเส้นตรวจพบวัตถุกันเสียกรดซอร์บิค ร้อยละ 31.3 และตรวจพบสีอินทรีย์สังเคราะห์ในเส้นหมี่ซัว คิดเป็นร้อยละ 38.5 ซึ่งไม่อนุญาตให้ใช้กรดซอร์บิคและสีสังเคราะห์ในอาหารประเภทเส้น นอกจากนี้ ได้ร่วมกับ อย. เฝ้าระวังสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในผักผลไม้ที่นิยม 10 อันดับ ได้แก่ กะหล่ำปลี กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักบุ้ง คะน้า แครอท มะระ ฟักเขียว หัวไชเท้า และผักโขม
          นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลกินเจ แนะนำให้รับประทานพืชสมุนไพร 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 พืชสมุนไพรที่กินง่าย ช่วยให้อยู่ท้อง ได้แก่ กล้วยน้ำว้าสุก ธัญพืช มันเทศ ข้าวโพดหวาน กลุ่มที่ 2 พืชสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้แก่ ขิง พริกไทย กลุ่มที่ 3 พืชสมุนไพรที่ช่วยป้องกันความดัน เบาหวานขึ้น เช่น น้ำกระเจี๊ยบ น้ำดอกคำฝอย น้ำตะไคร้ น้ำตรีผลา (สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม) และเลือกใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติเพื่อดูแลอาการที่ไม่พึงประสงค์จากภาวะกินเจ มีอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย เช่น ยาขมิ้นชัน ยามะระขี้นก ยาเหลืองปิดสมุทร

















ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : https://gnews.apps.go.th/news?news=47270