นมแม่มีสารอาหารที่สำคัญสำหรับทารก

นมแม่  เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เพราะนมแม่ส่งผลให้สุขภาพของทารกมีการเจริญเติบโตสมวัย และนมแม่จะช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค ทำให้ลูกแข็งแรงไม่เจ็บป่วยบ่อย องค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟให้คำแนะนำว่า นมแม่มีประโยชน์แก่ลูกอย่างมาก ดังนั้น แม่ควรจะปฎิบัติตัว ดังนี้ 1) ให้นมแม่ทันทีในช่วง           1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด 2) แม่ควรให้นมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และ 3) แม่ควรให้นมแม่ต่อเนื่อง ควบคู่กับอาหารตามวัย ตั้งแต่เดือนที่ 6 จนลูกอายุ 2 ขวบหรือนานกว่านั้น

    สารอาหารในน้ำนมแม่มีความผันแปรตามระยะการผลิตน้ำนม ร่างกายแม่ผลิตน้ำนม มี 3 ระยะ ดังนี้       

    ระยะแรก น้ำนมจะมีสีเหลือง เรียกว่า "น้ำนมเหลือง" หรือเรียกว่า "โคลอสตรุ้ม" (Colostrum) จะถูกสร้างขึ้นเพียงระยะ 1 - 3 วันแรกภายหลังการคลอดบุตรเท่านั้น และเต็มไปด้วยสารสร้างภูมิต้านทาน เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาว โปรตีนต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย น้ำนมในระยะนี้จะมีปริมาณน้ำตาลแลคโตสไม่สูงมากนัก มีปริมาณแร่ธาตุต่างๆ เช่น โซเดียม คลอไรด์ แมกนีเซียม ปริมาณสูง แต่มีปริมาณโพแทสเซียม และแคลเซียมต่ำกว่านมที่ผลิตระยะหลัง ถือได้ว่าน้ำนมระยะนี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายมากกว่าการเร่งการเจริญเติบโต 

   ระยะที่สอง น้ำนมจะมีลักษณะขาวขึ้น เรียกว่า ระยะน้ำนมปรับเปลี่ยน (Transitional milk) คือ ระยะการเปลี่ยนจากหัวน้ำนมแม่เป็นน้ำนมแม่ จะหลั่งในช่วง 5 วันจนถึง 2 สัปดาห์หลังคลอด โดยมีส่วนประกอบที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโต และพัฒนาการเพิ่มมากขึ้น

    ระยะที่ 3 น้ำนมจะมีสีขาว เรียกว่า ระยะน้ำนมแม่ (Mature milk) มีไขมันมากขึ้น ปริมาณน้ำนมที่ผลิตจะมีมากขึ้น ประกอบด้วยสารอาหารต่างๆ และสารที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย น้ำนมในระยะที่ 3 จะประกอบด้วยธาตุอาหารหลัก ซึ่งได้แก่ โปรตีน ไขมัน น้ำตาลแลคโตส

    สรุปได้ว่า  วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ที่มีอยู่ในนมแม่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตร่างกายของทารก ได้แก่ วิตามิน A, B1, B2, B6, B12, C, D, E, K และแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ เหล็ก แคลเซียม ไอโอดีน  เป็นต้น สำหรับปริมาณสารอาหารที่สำคัญในนมแม่จะเพียงพอต่อความต้องการของทารก แต่ปริมาณธาตุอาหารหลายชนิดในน้ำนมแม่อาจมีความแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการรับประทานอาหารของแม่และร่างกายของแม่ ดังนั้น คุณแม่ทุกคนจำเป็นที่จะต้องมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้ครบทุก 5 หมู่ และรับประทานแคลเซียม และวิตามินดีในปริมาณที่เพียงพอ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มมวลกระดูกและเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรงขึ้น โดยเลือกรับประทานอาหารจำพวกผลิตภัณฑ์นม ปลาเล็กปลาน้อย ถั่ว สาหร่ายและแป้งสาลีซึ่งอุดมไปด้วยแคลเซียม ส่วนอาหารที่มีวิตามินดีสูงได้แก่ ผลิตภัณฑ์นม ไข่และเห็ด ควรกินอาหารประเภทผักสมุนไพร เช่น ขิง ใบกระเพราะ กระเทียม ใบแมงลัก กุ่ยช่าย พริกไทย ผักใบเขียวต่าง ๆ เช่น ตำลึง มะรุม หรือหัวปลี ดอกแค ผลไม้อย่างมะละกอ ฟักทอง เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้ก็จะมีสรรพคุณที่จะช่วยกระตุ้นน้ำนม เพิ่มปริมาณน้ำนมแม่ได้เป็นอย่างดี