พิษจากหนอนบุ้ง และผีเสื้อ

   จากข่าวที่มีหนอนผีเสื้อจำนวนมากไปอาศัยอยู่ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านอาหาร ศาลากลาง นั้น พบว่าเป็นหนอนผีเสื้อและตัวผีเสื้อกลางวันซึ่งจะไม่เป็นอันตรายต่อคนทั่วไปที่ไม่มีอาหารแพ้ อย่างไรก็ตาม มีหนอนผีเสื้อและผีเสื้ออีกหลายชนิดที่อาจทำอันตรายต่อมนุษย์ ซึ่งได้แก่ กลุ่มของผีเสื้อกลางคืน ซึ่งทั้งตัวอ่อนที่เป็นตัวหนอนที่เรียกว่า หนอนบุ้งหรือหนอนร่าน รวมทั้งตัวผีเสื้อกลางคืนจะมีขนและเกล็ดปกคลุมอยู่ทั่วลำตัว

          ตัวหนอนบุ้ง มีสีสันสดใส ลำตัวปกคลุมด้วยขนที่มีลักษณะเป็นขนแข็ง หากินอยู่ตามพืชชนิดต่างๆ และอาศัยกินใบพืชเหล่านั้นเป็นอาหาร ส่วนตัวผีเสื้อกลางคืนนั้นจะมีสีที่ไม่ฉูดฉาด ลำตัวอ้วนป้อม ปกคลุมด้วยขนละเอียด ออกหากินในเวลากลางคืน  สามารถพบได้ทั่วไป โดยตัวผีเสื้อจะมาเล่นไฟตามบ้านเรือนทำให้มีโอกาสสัมผัสกับมนุษย์

          ส่วนที่เป็นพิษของหนอนบุ้งและผีเสื้อกลางคืนคือ ขนหลายชนิดที่อยู่บริเวณลำตัว ซึ่งพบว่ามีสารพิษหลายประเภทที่เป็นอันตรายกับคน เมื่อไปสัมผัสถูกขนพิษเหล่านี้ จะทำให้เกิดอาการแสบร้อน รวมทั้งอาจทำให้เกิดผื่นแพ้ขึ้นที่ผิวหนัง มีอาการ บวม ชา นอกจากนี้ พิษยังสามารถแพร่เข้าสู่ร่างกายไปยังอวัยวะที่อยู่ใกล้เคียงได้ เช่น ที่ต่อมน้ำเหลือง ทำให้เกิดอาการอักเสบบวม และหากขนพิษเหล่านี้สัมผัสกับเยื่อเมือก ระบบทางเดินหายใจส่วนต้น ตลอดจนลูกนัยน์ตา จะทำให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น โดยหากเกิดขึ้นในเด็กอาจทำให้ตาบอดได้ และสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้มากอาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ชา เป็นอัมพาต จนถึงกับช็อค

          การป้องกัน ตัวหนอนและตัวผีเสื้อไม่ได้ทำอันตรายกับคนโดยตรง การได้รับพิษจะเกิดจากการสัมผัสโดนตัวแมลงและขนพิษโดยบังเอิญ ดังนั้นควรมีความระมัดระวังไม่เข้าไปสัมผัสกับแมลงในกลุ่มนี้ รวมทั้งไม่เข้าใกล้เนื่องจากขนพิษอาจปลิวมาถูกผิวหนังของเราได้

          การรักษาเบื้องต้น ทำได้โดยการดึงเอาขนพิษออกจากผิวหนังด้วยเทปกาว ใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่ถูกขนพิษ รักษาความสะอาด ทาด้วยแอมโมเนียหรือครีมประเภทรักษาอาการแสบร้อน ให้กินยาแก้แพ้และยาระงับอาการปวด ในรายที่มีอาการแพ้รุนแรงให้รีบไปพบแพทย์ในทันที


ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : http://dmscsmartlifeblog.com/channels/index.php?group=6&mode=maincontent&subgroup=285&id=1152