รู้จัก..."โรคไบโพลาร์" หรือ "โรคอารมณ์สองขั้ว"



<p><strong>รู้จัก...&quot;โรคไบโพลาร์&quot; หรือ &quot;โรคอารมณ์สองขั้ว&quot;</strong></p>

<p>&nbsp;&quot;โรคไบโพลาร์&quot; หรือ &quot;โรคอารมณ์สองขั้ว&quot; คือโรคที่ผู้ป่วยมีการแสดงออกของความผิดปกติทางอารมณ์&nbsp; โดยมีความผิดปกติในระยะพลุ่งพล่านฟุ้งเฟ้อ สลับกับระยะซึมเศร้า ซึ่งเป็น 2 ขั้วที่ตรงข้ามกัน</p>

<p>โรคนี้มีความชุกประมาณร้อยละ 1 ในผู้ใหญ่ ในเพศหญิงและเพศชายเท่าๆกัน ประมาณร้อยละ 20 ของผู้ป่วยเริ่มมีอาการระหว่างอายุ 15-19 ปี แต่ผู้ป่วยบางคนอาจเริ่มมีอาการในระยะก่อนเข้าวัยรุ่นหรือวัยรุ่นตอนต้นก็ได้ โดยที่องค์การอนามัยโลกก็ได้ระบุว่า โรคนี้เป็นโรคที่ก่อให้เกิดความสูญเสียเนื่องจากการเจ็บป่วยหรือความพิการ อันดับที่ 6 ของโลก และยังพบอีกว่า 1 ใน 5 ของผู้ป่วยฆ่าตัวตายสำเร็จ</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จากข้อมูลของงานเวชสถิติ ฝ่ายแผนงานและสารสนเทศ โรงพยาบาลศรีธัญญา กรมสุขภาพจิต ได้รายงานว่า ผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วมาใช้บริการมากขึ้นทุกปีดังนี้ ผู้ป่วยนอกปีพศ. 2556 จำนวน 8,797 ราย&nbsp; ปีพศ. 2557 จำนวน 9,051 ราย และปีพศ. 2558 จำนวน 9,172 ราย และผู้ป่วยใน ปีพศ. 2556 จำนวน 368 ราย ปีพศ.2557 จำนวน 433 ราย และปีพศ. 2558 จำนวน 450 ราย</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอารมณ์แปรปรวนที่ผิดปกติแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ระยะซึมเศร้า&nbsp; จะรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมด ไม่เพลินใจไปหมด&nbsp; อารมณ์อ่อนไหวง่าย ร้องไห้ง่าย ทนเสียงดังไม่ได้ ไม่อยากพบใครหรือไม่อยากทำอะไร ถ้าเบื่อมากอาหารการกินก็ไม่สนใจ น้ำหนักลด นั่งเฉยๆ นานเป็นชั่วโมง&nbsp; ใจลอยหลงๆ ลืมๆ ไม่มั่นใจ ตัดสินใจไม่ได้ คิดว่าตนเองเป็นภาระ&nbsp;&nbsp;&nbsp; และหากมีอาการหนักจะถึงขั้นฆ่าตัวตาย</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ระยะพลุ่งพล่านฟุ้งเฟ้อ อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย มีความมั่นใจในตัวเองมาก&nbsp; รู้สึกว่าตัวเองเก่ง&nbsp; พูดมาก&nbsp; คล่องแคล่ว&nbsp;&nbsp; ทักทายคน พูดเสียงดัง&nbsp; ขาดความยับยั้งชั่งใจ แต่งตัวแปลกๆ ใช้จ่ายเงินสิ้นเปลือง ไม่คิดถึงกฎเกณฑ์ของสังคม พลุ่งพล่าน หากถูกห้ามปรามหรือขัดขวางในสิ่งที่ต้องการจะหงุดหงิด ฉุนเฉียว นอนดึก หรือ ไม่นอน</p>

<p>โรคนี้เกิดจากอะไร?</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มีสาเหตุ และปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่างที่ทำให้เกิดโรคนี้ แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือมีสารเคมีบางอย่างในสมองผิดปกติไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>

<p>ข้อสังเกต</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อาการในระยะซึมเศร้าจะเกิดขึ้น อย่างช้าๆ&nbsp; โดยไม่มีสาเหตุ หรือบางทีอาจเกี่ยวข้องกับบ้างกับความเครียด เช่น สอบตก&nbsp; เปลี่ยนงาน จะเศร้าไม่เลิก จนทำงานไม่ได้&nbsp; ส่วนอาการในระยะพลุ่งพล่านฟุ้งเฟ้อ จะเป็นเร็วมาก และไม่คิดว่าตัวเองผิดปกติ&nbsp; ภายใน 2-3 สัปดาห์ อาการจะเต็มที่ และอาจมีอารมณ์รุนแรงมากก้าวร้าวจนญาติรับมือไม่ไหว</p>

<p>จะรักษาได้อย่างไร&nbsp;</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &ldquo;ใช้การรักษาด้วยการรับประทานยาเป็นสำคัญ&rdquo;&nbsp; โดยจะเป็นยาที่ช่วยรักษาอาการซึมเศร้า อาการพลุ่งพล่านฟุ้งเฟ้อ และอาการโรคจิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การรักษาทางด้านจิตใจ&nbsp; ได้แก่ จิตบำบัดรายบุคคลและรายกลุ่ม กลุ่มการให้ความรู้แก่ผู้ป่วย รวมทั้งการให้ความรู้แก่ญาติเกี่ยวกับโรค อาการและการรักษา</p>

<p>ข้อควรปฏิบัติ&nbsp;&nbsp;</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กินยาอย่างถูกขนาด และสม่ำเสมอตรงตามเวลาตามแพทย์สั่งทุกมื้อ&nbsp; (สามารถรักษาอาการในช่วงเฉียบพลันได้ดี /สามารถป้องกันการกำเริบของโรคได้)&nbsp; และพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ดูแลตัวเอง (ห้ามอดนอน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟ ห้ามใช้สารเสพติด สุรา แอลกอฮอล์ อย่าเครียด)</p>

<p>แล้วจะอยู่อย่างไร...เมื่อเป็นไบโพล่าร์?</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; โรคไบโพล่าร์ เป็นโรคเรื้อรัง มีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้ จึงจำเป็นต้องรับประทานยาเพื่อให้ช่วยควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในภาวะปกติ</p>

<p>ป้องกันกลับเป็นซ้ำ กินยาให้ต่อเนื่อง</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้ว เมื่อมีอาการป่วยแล้วจะมีโอกาสกลับเป็นซ้ำตลอดช่วงชีวิตทั้งภาวะเมเนีย (Mania episode) ภาวะผสม (Mixed episode) และภาวะซึมเศร้า (Depressive episode) ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยลดลง มีความบกพร่องของหน้าที่การงาน</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เป้าหมายการรักษาในระยะยาว คือลดความถี่ของการเกิดระยะเฉียบพลัน การทำให้ภาวะอารมณ์ไม่คงที่เกิดน้อยที่สุด การเพิ่มความสามารถของผู้ป่วยในการดำเนินชีวิต โดยส่งเสริมให้ผู้ป่วยความร่วมมือด้วยการรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการทำจิตสังคมบำบัด ที่มีความสำคัญในการทำให้ผู้ป่วยร่วมมือในการรับประทานยาช่วยให้ผู้ป่วยทราบถึงอาการเตือนก่อนกลับเป็นซ้ำ</p>

<p>ญาติและครอบครัว..กำลังใจที่สำคัญ</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ญาติมีบทบาทสำคัญในการดูแลให้ผู้ป่วยรับประทานยาและปฏิบัติตามแผนการรักษารวมทั้งหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบ&nbsp; ดังนั้นญาติผู้ป่วยจึงเป็นผู้ที่มีความสำคัญมากที่จะต้องได้รับการดูแลและช่วยเหลือสนับสนุนให้มีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องเหมาะสมไม่มีอาการกำเริบรุนแรงไม่กลับป่วยซ้ำและสามารถดำรงชีวิตอยู่ในครอบครัวและชุมชนได้</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ตัวผู้ป่วยเองก็ต้องดำเนินชีวิตในทางสายกลาง ควบคุมเวลานอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง พยายามหาวิธีแก้ปัญหาและลดความเครียด และอย่าใช้ยากระตุ้นหรือสารมึนเมา เช่น เหล้า หรือ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง</p>

<p>&nbsp;ให้โอกาส.ผู้ป่วยไบโพล่าร์</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สิ่งสำคัญที่สุด คนรอบข้างต้องเข้าใจในผู้ป่วยที่เป็นภาวะเช่นนี้ด้วย ผู้ป่วยไบโพลาร์ เป็นบุคคลที่มีความสามารถที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นการที่ทุกคนมองผู้ป่วยไบโพลาร์ไม่ต่างจากผู้ป่วยโรคอื่นๆ ที่สามารถรักษาได้ ก็จะช่วยคนที่เป็นไบโพลาร์เข้าสู่กระบวนการรักษาและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขเช่นเดียวกับคนทั่วไป</p>

<p>เรียบเรียงจาก คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการและดูแลโรคอารมณ์สองขั้ว&nbsp; โรงพยาบาลศรีธัญญา</p>
 



วัน/เดือน/ปี : 13 ก.พ. 2561

เจ้าของข้อมูล : คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการและดูแลโรคอารมณ์สองขั้ว

หน่วยงาน : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ประเภท : ข่าวสาร

ลิ้งที่เกี่ยวข้อง :  https://

คำที่เกี่ยวข้อง : อสม. โรคอารมณ์สองขั้ว โรคไบโพลาร์ ทันกระแสสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา