โรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรตา ล้างมือช่วยป้องกันได้



โรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรตา ล้างมือช่วยป้องกันได้   

            เตือนผู้ปกครองให้ดูแลเด็กเล็ก เสี่ยงป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรตา เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีโอกาสป่วยซ้ำได้หลายครั้ง

           เตือนผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน โดยเฉพาะเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด เพราะอาจป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรตา หลังพบผู้เสียชีวิตจากโรคอุจจาระร่วง 3 ใน 4 ราย เป็นเด็กเล็กต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโรตา ที่สำคัญในกลุ่มนี้จะมีการติดเชื้อซ้ำได้หลายครั้ง หมั่นสังเกตอาการ รับประทานอาหารที่ปรุง “สุก ร้อน สะอาด” และหมั่นล้างมือบ่อยๆ

          โรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรตา พบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และสถานที่ที่พบมาก คือ                 สถานสงเคราะห์เด็ก โรงพยาบาล นอกจากนี้ อาจพบการติดเชื้อได้ในผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

          สาเหตุ โรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรตา เกิดจากการรับเชื้อเข้าทางปาก    จากการปนเปื้อนของเชื้อในน้ำดื่มและน้ำใช้ หรือการสัมผัสกับเครื่องใช้หรือของเล่นต่างๆ ที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสโรตา โดยมักจะมีอาการภายใน 2-10 วันหลังการรับเชื้อเข้าไป

          อาการ  มีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว 3 ครั้ง/วัน หรือมากกว่า มีไข้สูงและอาเจียน ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการขาดน้ำ หากรับการรักษาไม่ทันหรือไม่เหมาะสม อาจเกิดภาวะช็อกและอาจเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ จากพบว่า ก่อนอายุ 5 ปีเด็กทุกคนจะมีการติดเชื้อซ้ำได้หลายครั้ง

          การป้องกัน  

1. หมั่นล้างมือให้สะอาดเสมอ ด้วยน้ำและสบู่

       * ก่อนรับประทานอาหาร ก่อนหยิบอาหารใส่ปาก

       * หลังการใช้ห้องน้ำ ห้องส้วม

       * ก่อน-หลัง เตรียม/ประกอบอาหาร

       * หลังกลับจากนอกบ้าน

2. ดูแลความสะอาดของเล่น ของใช้ เครื่องเล่นของเด็กเล็กอยู่เสมอ

3. กำจัดขยะมูลฝอย เศษอาหารอย่างถูกวิธี ปิดฝาถังขยะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน

4. รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ร้อน และสะอาด  ไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์ หรืออาหารที่มีแมลงวันตอม หากต้องการจะเก็บรักษาอาหารที่ปรุงสุกแล้วไว้รับประทานในวันต่อไป     ควรใส่ไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิด เก็บไว้ในตู้เย็น และนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทานทุกครั้ง และการเก็บรักษาที่ปรุงสุกแล้ว ควรแยกจากอาหารหรือวัตถุดิบที่ยังไม่ปรุง เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อน

         ทั้งนี้ ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตอาการของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากเริ่มมีความผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ข้อมูล : สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค

โทรศัพท์ 02-590-3857 



วัน/เดือน/ปี : 09 ม.ค. 2561

เจ้าของข้อมูล : กองสุขศึกษา

หน่วยงาน : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

ประเภท : ข่าวสาร

ลิ้งที่เกี่ยวข้อง :  https://

คำที่เกี่ยวข้อง : อาหาร ล้างมือ ท้องเสีย ทันกระแสสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ