รักแร้เปียก


รักแร้เปียก  เป็นปัญหาที่เกิดจากภาวะต่อมเหงื่อออกมากผิดปกติ อาจทำให้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

       ซึ่งเกิดจากต่อมเหงื่อ ได้แก่ต่อม Eccrine ที่อยู่ทั่วร่างกายที่มีมากบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ต่อม Apocrine ที่มีหน้าที่สร้างกลิ่น ซึ่งมีอยู่เฉพาะจุดคือ บริเวณรักแร้ อวัยวะเพศภายนอก บริเวณรอบๆทวารหนัก และต่อม Apoeccrine ต่อมที่มีบริเวณเฉพาะรักแร้

 ภาวะเหงื่อออกมาผิดปกติ หรือ ภาวะเหงื่อมาก หรือภาวะเหงื่อท่วม ได้แก่

1. ภาวะต่อมเหงื่อชนิด Eccrine สร้างเหงื่อมากผิดปกติ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน มีกลิ่นตัว เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ว่าจะเกิดเมื่อได

2. ภาวะหลั่งเหงื่อมากผิดปกติโดยรู้สาเหตุ เรียกว่า ภาวะเหงื่อมากทุติยภูมิ

3. เหงื่อออกมากเพียงบางแห่งของร่างกาย เช่น รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า มักออกในช่วงกลางวัน เรียกว่าภาวะหลั่งเหงื่อกมากเฉพาะจุด

4. เมื่อออกมาผิดปกติทั่วทั้งตัว เรียกว่า ภาวะเหงื่อมากทั่วตัว ซึ่งเหงื่ออกได้ทั้งกลางวัน กลางคืน หรือช่วงเวลาไหนก็ได้

สาเหตุ

1. ภาวะหลั่งเหงื่อมากเฉพาะจุด มีความสัมพันธ์กับพันธุกรรม โดยพบว่ามีประวัติคนในครอบครัวเป็นภาวะนี้สูงถึงประมาณ 30-65%

2. ภาวะหลั่งเหงื่อมากทั่วตัวสาเหตุที่พบได้บ่อย คือ

         - โรคอ้วน เพราะชั้นไขมันใต้ผิวหนังหนาขึ้น ทำให้ระบายอากาศได้ไม่ดี

        - ขาดฮอร์โมนเพศหญิง ในวัยหมดประจำเดือน หรือภาวะวัยทอง

        - ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน หรือไทรอยด์เป็นพิษ

        - โรคเบาหวาน ความผิดปกติในการใช้พลังงานและอักเสบเรื้อรังของเนื้อเยื่อต่างๆ

        - การติดเชื้อโรคที่ส่งผลให้เกิดอาการไข้เรื้อรัง เช่นโรคมาลาเรีย

        - โรคหัวใจวายเรื้อรัง ร่างกายต้องใช้พลังงานในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกายในเพียงพอความร้อนร่างกายจึงสูงขึ้น ต้องกำจัดออกโดยการเพิ่มภาวะเหงื่อออก

        - ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด (ยาพาราเซตามอล หรือยาที่มีส่วนผสมจากมอร์ฟีน) ยาโรคความดันโลหิตสูง ยาโรคเบาหวาน ยาด้านจิตเวช

        - โรคมะเร็งบางชนิด เช่น โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งอาการเหงื่อออกผิดปกติทั่วตัวมักเกิดในช่วงกลางคืน

อาการ

           อาการภาวะหลั่งเหงื่อมากโดยไม่รู้สาเหตุ  เกิดจาก เหงื่อออกมากผิดปกติเฉพาะจุด พบได้บ่อย คือ รักแร้ รองลงมาคือ ฝ่าเท้า ฝ่ามือ เกิดเวลาใดก็ได้  หากเกิดเฉพาะช่วงกลางวัน ผู้ที่จะเป็นอาการนี้ต้องมีอาการนี้โดยไม่มีอาการอื่นร่วมด้วยอย่างน้อยนาน 6 เดือน และเกิดร่วมกันอีก 2 ใน 6 ลักษณะดังนี้

           1. เหงื่อออกผิดปกติเหมือนกันทั้งสองข้างของร่างกาย (ซ้ายและขวา)

           2. เหงื่อออกมากจนมีผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวัน

           3. เหงื่อออกมาก บ่อยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

           4. เกิดอาการก่อนอายุ 25 ปี

           5. มีประวัติคนในครอบครัวเป็นภาวะนี้

           6. เหงื่อออกช่วงกลางคืน

            อาการภาวะหลั่งเหงื่อมากทั่วตัว สามารถเกิดขึ้นเวลาใดก็ได้ ทั้งกลางวันและกลางคืน หรือสามารถเกิดได้ทั้งวัน ขึ้นกับสาเหตุ มักมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น มีไข้ เบื่ออาหาร ผอมลง โดยไม่รู้สาเหตุ ไอเรื้อรัง ปัสสาวะมาก บ่อย

การป้องกัน

      1. ภาวะหลั่งเหงื่อมากเฉพาะจุดชนิดไม่ทราบสาเหตุ ปัจจุบันยังไม่มีการป้องกันที่แน่ชัด เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้นหากมีอาการที่เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ให้รีบพบแพทย์

      2. ภาวะหลั่งเหงื่อมากทั่วตัวที่ทราบสาเหตุ คือรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ในปริมาณที่เหมาะสม ควบคุมน้ำหนักตัว เน้นผัก ผลไม้ จำกัดอาหารประเภท แป้ง น้ำตาล ไขมัน

การรักษา

       1. ทายาเฉพาะที่ เรียกว่า Antiperspirants ตรงบริเวณที่เกิดอาการ หลังอาบน้ำเช็ดตัวให้แห้งและทายา จะช่วยให้เกิดการอุดตันของท่อเหงื่อ เกิดการฝ่อตัวของต่อมเหงื่อ ระยะเวลาในการทา ขึ้นอยู่กับดุลพิจินิจของแพทย์ผู้รักษา

       2. ยาลดการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ มีทั้งทาเฉพาะที่ และยากิน

       3. รักษาด้วย ไอออนโตฟอรีสิส (Iontophoresis) ใช้กระแสไฟฟ้าพลังงานต่ำเป็นตัวนำโมเลกุลน้ำธรรมดา หรือตัวยา เข้าสู่ผิวหนังเฉพาะที่เกิดอาการโดยตรง ส่งผลให้ต่อมเหงื่อบริเวณนั้นลดการทำงานลง ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ครั้ง และรักษาซ้ำๆทุกๆเดือน เพื่อป้องกันอาการไม่ให้กลับมาเป็นอีกครั้ง

      4. ฉีดยาโบทอก ลดการทำงานของประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมต่อมเหงื่อในบริเวณนั้นๆ ต้องฉีดซ้ำเป็นประจำเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำอีก

      5. การผ่าตัด หรือจี้ปมประสาท ของประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมต่อมเหงื่อบริเวณนั้น มักเห็นผลการรักษาทันที

การรักษาภาวะหลั่งเหงื่อมากทั่วตัวที่ทราบสาเหตุ

           คือ รักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ แตกต่างกันไป เช่น การรักษาโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรือเปลี่ยนยากรณีเกิดอาการข้างเคียงจากการใช้ยา

การดูแลตนเอง

       1. การดูแลตนเองเมื่อมีภาวะหลั่งเหงื่อมากเฉพาะจุดและไม่ทราบสาเหตุ

        - ใส่เสื้อผ้าที่สบายต่อผิว ระบายเหงื่อได้ดี

        - มีเสื้อผ้าสำรอง

        - อาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือมากกว่าหากมีปริมาณเหงื่อออกมาก

        - รักษาเท้าให้แห้งเสมอ และมีรองเท้าสำรองสลับคู่ในแต่ละวัน และรองเท้าต้องแห้ง สะอาด

        - กินอาหารที่ไม่เผ็ด หรือลดอาหารที่กระตุ้นให้มีกลิ่นทางเหงื่อ เช่น กระเทียม ต้นหอม หัวหอม

        - ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอชดเชยเหงื่อที่เสียไป ป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ

        - ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายพอเหมาะ

        - ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาล

        - มาพบแพทย์ให้ตรงเวลานัดเสมอ และหากมีอาการเหงื่อออกมากกว่าปกติ หรือมีอาการอย่างอื่นแทรกเช่น มีไข้ ให้รีบไปพบแพทย์

        2. เมื่อมีภาวะเหงื่อมากทั่วตัว ควรรีบพบแพทย์ภายใน 2 สัปดาห์เพื่อหาสาเหตุ และรักษาแต่เนิ่นๆ ยกเว้นเมื่อมีไข้สูง และไข้ไม่ลดลงหลังกินยาลดไข้ ควรรีบพบแพทย์ภายใน 2-3 วัน หรือ 1-2 วัน  สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ (เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง)

ที่มา http://haamor.com

 



วัน/เดือน/ปี : 06 ก.พ. 2562

เจ้าของข้อมูล : ศูนย์ความรู้และเตือนภัยสุขภาพ กองสุขศึกษา

หน่วยงาน : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

ประเภท : ความรู้สุขภาพ

หมวด : โรคไม่ติดต่อ / โรคทั่วไป

ลิ้งที่เกี่ยวข้อง :