รอยดำจากสิว


       รอยดำจากสิวเกิดจากสิวที่อุดตันใต้ผิวหนัง หากสิวอักเสบมาก จะยิ่งทิ้งร่องรอยแผลเป็นจากสิวได้ ชนิดของสิวแบ่งได้ดังนี้

1. รุนแรงน้อย เช่น สิวหัวขาว สิวหัวดำ

2. รุนแรงปานกลาง สิวตุ่มแดง สิวหัวหนอง

3. รุนแรงมาก สิวก้อนลึก สิวซีสต์

ลักษณะของรอยสิว

โดยส่วนใหญ่รอยสิวมีลักษณะ 2 รูปแบบ คือ

1. รอยสิวทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นจุดสีแดงหรือน้ำตาล มักจะเลือนหายไปเมื่อผ่านไปหลายเดือน โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา

2. รอยสิวหลุมลึก ผู้ป่วยอาจต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพราะร่องรอยอาจเกิดความเสียหายในระดับชั้นผิวที่ลึกลงไป ยากต่อการักษาด้วยวิธีทั่วไป

การป้องกัน

     1. ไม่บีบหรือกดสิว เพราะอาจทำให้สิวอักเสบ แบคทีเรียในสิวแพร่กระจายไปบริเวณอื่น สร้างความเสียหายให้ผิว และทำให้รอยสิวเกิดขึ้นได้ง่าย

     2. ไม่พอกหน้า หรือใช้ครีมบำรุงที่หลากหลายทา พอกบริเวณสิว เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้

     3. ไม่ใช้วิตามินอี บริเวณที่มีรอยสิว การนำสารอาหารสู่ผิวที่เป็นแผลเป็นโดยตรง อาจรบกวนการฟื้นฟูสภาพผิวได้

     4. หลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะอาจให้รอยสิวเข้มขึ้น และชะลอกระบวนการฟื้นฟูผิวหนังบริเวณรอยสิว หากจำเป็นต้องออกไปสัมผัสแดด ให้แต่งกายมิดชิด ป้องกันแดด เช่น เสื้อแขนยาว หมวก แว่นตา และทาครีมกันแดดอยู่เสมอ

     5. อดทน แผลสิวต้องใช้ระยะเวลานานกว่ารอยแผลเป็นจะจางหรือลบเลือน อาจนานเป็นสัปดาห์หรือเดือนกว่าเส้นเลือดและคอลลาเจนจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่

     6. พบแพทย์ หากมีความวิตกกังวลกับรอยสิว หรือมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรักษาตามอาการ และปฏิบัติตามภายใต้คำแนะนำจากแพทย์ เพื่อการรักษาที่เหมาะสม การรักษา การดูแลรักษาสามารถดูแลได้ด้วยตนเอง หรือตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรให้คำแนะนำวางแผนรักษาที่เหมาะสมต่อไป

ที่มา   https://www.pobpad.com/



วัน/เดือน/ปี : 06 ก.พ. 2562

เจ้าของข้อมูล : ศูนย์ความรู้และเตือนภัยสุขภาพ กองสุขศึกษา

หน่วยงาน : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

ประเภท : ความรู้สุขภาพ

หมวด : โรคไม่ติดต่อ / โรคทั่วไป

ลิ้งที่เกี่ยวข้อง :