โรคมาลาเรีย


เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อพลาสโมเดียมโดยมียุงก้นปล่องซึ่งมักอาศัยอยู่ตามป่าเขาเป็นพาหะเมื่อยุงก้นปล่องตัวเมียที่มีเชื้อกัดคน ยุงจะปล่อยเชื้อจากต่อมน้ำลายเข้าสู่กระแสเลือดของคน ซึ่งจะใช้ระยะฟักตัวอยู่ระหว่าง ๑๐ - ๑๔ วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ โดยเชื้อจะเข้าสู่ตับและแตกออกจากตับเข้าสู่วงจรในเม็ดเลือดโลหิตแดง ระยะนี้ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการของโรค คือ มีไข้ หนาวสั่น ปวดศรีษะเป็นพัก ๆ ในเวลาเดิม ๆ หากไปพบแพทย์ทันก็สามารถรักษาหายได้ด้วยการทานยาไม่กี่วัน แต่ถ้าไปพบแพทย์ช้าผู้ป่วยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะมาลาเรียขึ้นสมอง ภาวะปอดบวมน้ำ ภาวะไตวาย ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้

การติดต่อของโรคมาลาเรีย

  1. โดยถูกยุงก้นปล่องที่มีเชื้อมาลาเรียในต่อมน้ำลายกัด และปล่อยเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดคน เป็นวิธีธรรมชาติที่พบได้มากที่สุด
  2. ติดต่อจากมารดาซึ่งมีเชื้อมาลาเรียในร่างกายและถ่ายทอดทางรกไปสู่ทารกในครรภ์ วิธีนี้พบได้น้อยมาก มักพบได้ในท้องที่ที่มีมาลาเรียชุกชุม กรณีเช่นนี้จะพบระยะฟักตัวสั้นกว่าการถูกยุงกัด ทารกแรกเกิดและมารดาจะมีเชื้อมาลาเรียชนิดเดียวกัน
  3. ติดต่อโดยวิธีการถ่ายเลือด จะพบในรายที่ผู้บริจาคโลหิตมีความหนาแน่นของเชื้อมาลาเรียในกระแสโลหิตต่ำและไม่มีอาการ หากไม่ได้ทำการตรวจโลหิตหาเชื้อมาลาเรียก่อน ผู้ป่วยที่รับการถ่ายเลือดจะป่วยเป็นมาลาเรียได้

อาการของโรคมาลาเรียไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะโดยมากจะมีอาการนำคล้ายกับเป็นไข้หวัด คือ มีไข้ต่ำ ๆ ปวดศีรษะ ปวดตามตัวและกล้ามเนื้อ อาจมีคลื่นไส้ เบื่ออาหาร อาการนี้จะเป็นเพียงระยะสั้น เป็นวันหรือหลายวันก็ได้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการฟักตัวของเชื้อ ชนิดของเชื้อจำนวนของเชื้อที่ผู้ป่วยได้รับเข้าไปภาวะภูมิคุ้มกันต่อเชื้อมาลาเรียของผู้ป่วยภาวะที่ผู้ป่วยได้รับยาป้องกันมาลาเรียมาก่อน หรือได้รับยารักษามาลาเรียมาบ้างแล้ว
อาการจับไข้ซึ่งเป็นอาการที่เด่นชัดของมาลาเรีย ประกอบด้วย ๓ ระยะ คือ ระยะหนาวสั่น ระยะร้อน และระยะเหงื่อออก ปัจจุบันจะพบลักษณะทั้ง ๓ ระยะได้น้อยมาก ผู้ป่วยจะมีไข้สูงลอยตลอดเวลา โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่เป็นมาลาเรียครั้งแรก เนื่องจากในระยะแรก ๆ ของการติดเชื้อมาลาเรีย เชื้ออาจเจริญถึงระยะแก่ไม่พร้อมกัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากได้รับเชื้อในเวลาต่างกัน ทำให้เกิดมีเชื้อหลายระยะ ดังนั้นการแตกของเม็ดเลือดแดงจึงไม่พร้อมกัน ทำให้ผู้ป่วยมาลาเรียในระยะแรกอาจมีไข้สูงลอยตลอดวันได้ แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่งแล้ว การแตกของเม็ดเลือดแดงพร้อมกันจึงเห็นผู้ป่วยมีการจับไข้หนาวสั่นเป็นเวลา
การรักษาผู้ป่วยต้องได้รับยาและการรักษาตามอาการในกรณีอาการไม่หนัก ไม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล การใช้ยารักษาโรคมาลาเรียจำแนกตามชนิดเชื้อต้องรับประทานยาให้ครบตามจำนวนนั้น

การป้องกันโรคมาลาเรีย

  1. การนอนในมุ้ง มุ้งที่ใช้ควรอยู่ในสภาพดีไม่มีรูขาดและเสียหาย ในพื้นที่แพร่เชื้อมาลาเรีย ควรนำมุ้งไปชุบสารเคมีที่มีฤทธิ์ไล่และฆ่ายุง
  2. การใช้ยาทากันยุงในการป้องกันไม่ให้ยุงมากัด
  3. การใช้ยาจุดกันยุง เมื่อใช้จุดไฟแล้วสามารถระเหยสารออกฤทธิ์ขับไล่และฆ่ายุงได้
  4. การสวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกายให้มิดชิด เช่น ใช้เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เป็นต้น

(สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง โทรศัพท์ ๐-๒๕๙๐-๓๑๓๔)




วัน/เดือน/ปี : 20 ธ.ค. 2561

เจ้าของข้อมูล : สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง

หน่วยงาน : กรมควบคุมโรค

ประเภท : ความรู้สุขภาพ

หมวด : โรคติดต่อ /โรคระบาด

ลิ้งที่เกี่ยวข้อง :   โรคมาลาเรีย