การป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน




การป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน

         สารไอโอดีน มีความจำเป็นสำหรับคนทุกเพศทุกวัยในการผลิตไทรอยด์ฮอร์โมน ช่วยในการพัฒนาสมองเพิ่มไอคิว ซึ่งทำหน้าที่การเจริญเติบโต และควบคุมระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ซึ่งร่างกายเราไม่สามารถผลิตไอโอดีนได้เองต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น พบว่า ทุกจังหวัดเป็นพื้นที่ที่ประชากรประสบปัญหาขาดสารไอโอดีนทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะเด็ก จากการสำรวจสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่า ปัจจุบันเด็กไทยได้รับสารไอโอดีนในปริมาณที่น้อย ทำให้มีระดับไอคิว 91 จุด ในขณะที่มาตรฐานสากลอยู่ที่ 90 - 110 จุด ซึ่งไอคิวเด็กไทยอยู่ในมาตรฐานขั้นต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งมีผลต่อพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทของเด็กในครรภ์ ทำให้มารดาแท้งบุตร หรือเด็กทารกพิการแต่กำเนิด เด็กมักจะปัญญาอ่อน เป็นใบ้มีปัญหาไอคิวต่ำ เฉื่อยชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง ช่วยตัวเองไม่ได้ที่เรียกว่าโรคเอ๋อ

            การป้องกันการขาดสารไอโอดีน โดยการใช้เกลือบริโภคเสริมไอโอดีนในการประกอบอาหาร จะต้องตรวจดูฉลากบนซองเกลือที่ระบุว่ามีการเสริมไอโอดีน มีที่อยู่ของผู้ผลิตชัดเจน และมีเลข อย. และรับประทานอาหารทะเลเป็นประจำ เช่น ปลาทู หอย กุ้ง ปู เป็นต้น นอกจากบริโภคเกลือเสริมไอโอดีน และนอกจากบริโภคอาหารทะเลเป็นประจำแล้ว ยังสามารถเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน เช่น น้ำปลา ซอส ซีอิ้ว เสริมไอโอดีน เป็นต้น หากอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีนเข้าไปถึง อาจใช้การเสริมไอโอดีนในน้ำดื่ม โดยใช้สารละลายไอโอดีนเข้มข้น 2 หยด ในน้ำดื่ม 10 ลิตร จะทำให้ได้รับไอโอดีน 200 ไมโครกรัมต่อน้ำดื่ม 1 ลิตร ปัจจุบันดำเนินการในโรงเรียนพื้นที่ทุรกันดาร ตามโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เด็กแรกเกิด – 6 เดือน ปริมาณที่ร่างกายต้องการ 40 – 50 ไมโครกรัม เด็กอายุ  6 เดือน – 6 ปี ปริมาณที่ร่างงกายต้องการ 50 – 90 ไมโครกรัม เด็ก 6 ปี – วันรุ่น ไม่เกิน 20 ปี ปริมาณที่ร่างกายต้องการ 120 ไมโครกรัม ผู้ใหญ่ ปริมาณที่ร่างกายต้องการ 150 ไมโครกรัม หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร ปริมาณที่ร่างกายต้องการไม่เกิน 250 ไมโครกรัม

               ดังนั้น เราจึงต้องรับสารไอโอดีนผ่านการรับประทานเกลือบริโภคเป็นประจำทุกวัน บริโภคเกลือเสริมไอโอดีน เลือกซื้อเฉพาะเกลือที่เสริมไอโอดีน โดยตรวจดูจากฉลากซองเกลือที่เขียนว่า “เกลือบริโภคเสริมไอโอดีน” และมีเลข อย. บริโภคอาหารทะเลเป็นประจำ เช่น ปลาทู หอย ปู กุ้งทะเล บริโภคอาหารที่เติมสารไอโอดีน เช่น น้ำปลา เกลือปรุงอาหาร ซอส

แหล่งข้อมูล : สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

 

ดวงนภา  ปานเพ็ชร  ผู้เขียน

นาตยา  เกรียงชัยพฤกษ์  ผู้ตรวจ



วัน/เดือน/ปี : 27 ก.พ. 2561

เจ้าของข้อมูล : กองสุขศึกษา

หน่วยงาน : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

ประเภท : ความรู้สุขภาพ

หมวด : การป้องกันและดูแลรักษาสุขภาพ

ลิ้งที่เกี่ยวข้อง :   

คำที่เกี่ยวข้อง : แม่และเด็ก ไอโอดีน ส่งเสริมสุขภาพ ความรู้สุขภาพ การป้องกันและดูแลรักษาสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ